
วิธีรักอย่างผู้หญิงฉลาด (เดลินิวส์)
เดลินิวส์ออนไลน์มีเคล็ดลับการ "รัก" อย่างฉลาด มาฝากคุณสาว ๆ
1. รู้ว่า...ต้องใช้ชีวิตคุ้มค่า
เมื่อมีคนรัก จงปรับเปลี่ยนเฉพาะในส่วนที่ทำให้ชีวิตคู่ราบรื่น หากคุณเปลี่ยนแปลงไปทุกอย่างกลายเป็น ผู้หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งเขาไม่คุ้นเคย เขาก็จะค่อย ๆ หมดความสนใจในตัวคุณ ถ้าคุณมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง แล้วใครจะมองเห็นคุณค่าของคุณ
2. รู้ว่า...เซ็กส์ไม่ใช่เรื่องง่าย
ไม่ว่าคุณจะหลงเสน่ห์เขาแค่ไหน ไม่ว่าความสัมพันธ์จะดำเนินต่อไปอย่างไรอย่าลืมว่าคนแปลกหน้าก็ ยังเป็นคนแปลกหน้าอยู่ดี ถึงประวัติส่วนตัวเขาจะดี แต่ที่แน่ ๆ คุณไม่มีโอกาสรู้ว่าเขามีโรคติดต่อทางเพศหรือเปล่า ไม่จำเป็นที่คุณต้องมีอะไรกับเขาถ้าคุณยังไม่พร้อมในทุกด้าน เรารู้จักรักผู้ชายได้โดยไม่ต้องมีเซ็กส์ได้
3. รู้ว่า...ผู้ชายแสนดีไม่จำเป็นต้องหล่อ
ถ้าเขาคนนั้นทำให้คุณมีความสุข อบอุ่น หัวเราะได้มีความชอบอะไรเหมือนกันหลายอย่าง แถมเขายังฉลาด แต่ไม่หล่อเลย คุณสาว ๆ ลองไปเดินสังเกตุตามซูเปอร์มาเก็ตดู ผู้ชายที่มาซื้อของกับครอบครัวหรือเล่นอยู่กับลูก ๆ ตามชายหาด ผู้ชายเหล่านี้หน้าตาอาจจะไม่เหมือนนายแบบในนิตยสารเลย แต่เขานี่แหละที่เหมาะจะเป็นพ่อของลูกคุณ
4. รู้ว่า…ความรักมีปริมาณ 50-50
สิ่งที่คู่รักต้องการ คือ ความรักที่พบกันครึ่งทางมีการให้และรักอย่างสมดุล ต่างฝ่ายต่างเอาใจใส่ห่วงใยกัน ช่วยเหลือกัน มอบความรักให้อีกฝ่ายเท่าเทียมกัน ไม่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป
5. รู้ว่า...คุณไม่มีวันเปลี่ยนแปลงผู้ชายได้
เหตุผลก็คือ คุณไม่สามารถและไม่สมควรที่จะพยายามเปลี่ยนสิ่งที่เขาชอบหรือไม่ชอบ ไม่มีใครเปลี่ยนใครได้นอกจากตัวของเขาเอง เก็บพลังใจกายและเวลาอันมีค่าที่จะสูญเสียไปไว้ให้ กับคนที่ต้องการความสัมพันธ์ดี ๆ กับเราดีกว่า หรือทำอะไรก็ได้ร้อยแปดประการที่ทำให้ชีวิตคุณดีขึ้น หากเขาแสดงการไม่ให้เกียรติคุณเขาก็ไม่สมควรที่จะได้รับความรัก ห่วงใยจากคุณอีก ถ้าปล่อยให้เขาทำตัวแย่กับเราเขาก็จะแย่ลงเรื่อย ๆ
6. รู้ว่า...เป็นคนรักต่างกับคนรับใช้
จริงแล้วผู้ชายที่มีความรับผิดชอบดี เขาจะไม่ชอบผู้หญิงที่อ่อนแอและเป็นเบี้ยล่างให้เขาตลอดเวลา หรือเกรงใจผู้อื่นจนปฏิเสธใครไม่เป็น เราต้องรู้จักปฏิเสธและโต้กลับบ้าง การปฏิเสธข้อเรียกร้องของคนอื่นบ้างไม่ใช่เรื่องหยาบคาย
7. รู้ว่า...การแต่งงานไม่ใช่กระดาษแผ่นเดียว
ใบทะเบียนสมรสไม่ใช่สิ่งที่จะรับรองว่าชีวิตคู่ของคุณจะอยู่กันตลอดรอดฝั่ง แต่การแต่งงานนั้นเป็น"งาน"จริง ๆ งานที่ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ ต้องทำความตกลงกันในหลายเรื่องอาศัยการประนีประนอม และหมายถึงการใช้ชีวิตซ้ำ ๆ ในแต่ละวันกับมนุษย์คนเดิมซึ่งเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องได้ดั่งใจคุณทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องรู้สึกหรือมีความคิดเห็นเหมือนคุณทุกเรื่อง และชีวิตคู่ไม่ต้องโรแมนติกตลอดเวลาก็สามารถมีความหมายลึกซึ้งและเป็นรักที่ แท้และฉลาดได้
8. รู้ว่า...ไม่ควรประจานข้อบกพร่องของตัวเองให้เขาฟัง
ทุกคนย่อมมีข้อเสียหรือนิสัยแย่ ๆ กันทั้งนั้น แต่ก็ไม่ต้องไม่แฉทั้งหมดว่า เรามีข้อเสียอะไรบ้าง เพราะอาจจะทำให้ต้องโบกมือลา ตั้งแต่ก่อนจะได้คบกัน..และแน่นอนหนุ่ม ๆ ของคุณก็มีข้อเสียเช่นกันก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าคุณทั้งคู่จะปรับตัว ปรับใจ ยอมรับนิสัยแย่ ๆ ได้ไม ถ้าไม่ได้ก็คงต้องลาจากกัน
9. รู้ว่า...ต้องไม่เป็นหนังสือที่อ่านง่ายสำหรับเขา
คงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่า อะไรที่ได้มาอย่างง่าย ๆ มันก็ไปง่าย ๆ ได้เช่นกัน หรือดูไม่มีคุณค่าให้รักษานั่นเอง
10. รู้ว่า...อย่าเรียกร้องความเท่าเทียมจากผู้ชาย ถ้าคุณยังดูแลตัวเองไม่ได้
หากคุณยังไม่มีความเข้มแข็งพอ หรือดูแลตัวเองยังไม่ได้ แล้วอย่างนี้เราจะมีสิทธิ์อะไรไปต่อกรกับผู้ชายแมนๆ เขาได้ ดีไม่ดีจะโดนดูถูกเอาด้วย
สาว ๆ คนไหน อยากรักอย่างฉลาด ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปประยุกต์ใช้กับความรักตัวเองได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ภาพประกอบจาก Glitter.kapook.com


นางแบบตาแป๋ว
พักกายพักใจไปสัมผัส มนต์เสน่ห์แห่ง มัลดีฟส์ (ไทยรัฐ)
หลังเหนื่อยล้าจากการงานและเครียดกับปัญหาบ้านเมือง หลายคนแสวงหาสถานที่พักกายพักใจเพื่อชาร์จพลังให้ชีวิตกลับมามีชีวาอีกครั้ง สำหรับคนรักทะเล ชื่อของ มัลดีฟส์ คงอยู่ในลิสต์ต้นๆ ของเกาะในฝัน
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อน มัลดีฟส์ (Maldives)
เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะน้อยใหญ่ราว 1,190 เกาะ
ตั้งเรียงรายอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ใกล้กับประเทศศรีลังกา
แต่มีเกาะที่ผู้คนอาศัยอยู่ได้เพียง 200 กว่าเกาะเท่านั้น
หากรวมทั่วประเทศจะมีพื้นแผ่นดินอยู่ราว 300 ตารางกิโลเมตร
มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข

ฝูงฉลามน้อยออกล่าเหยื่อ
ประชากรราว 3.5 แสนคน นับถือศาสนาอิสลาม
เมืองหลวงชื่อ มาเล (Male') เวลาที่นั่นช้ากว่าเมืองไทยอยู่ 2 ชั่วโมง
ชาวมัลดีฟส์ใช้ภาษาดิเวฮิและอังกฤษเป็นภาษาราชการ
เนื่องจากเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษถึง 79 ปี มีสกุลเงิน 1 รูฟียาห์ (MVR)
มูลค่าแลกเปลี่ยนราว 3 บาท
เศรษฐกิจที่นี่พึ่งพาการท่องเที่ยวและการประมงเป็นหลัก สินค้าสำคัญคือ
ปลาทูน่า มะพร้าว ละผลิตภัณฑ์จากทะเล

สนามบินลอยน้ำของแท้
รัฐบาลมัลดีฟส์อนุญาตให้นักลงทุนชาวต่างชาติเช่าเกาะเพื่อพัฒนาเป็นที่พัก
รองรับนักท่องเที่ยวแค่ 74 เกาะ หรือ 1 เกาะ 1 รีสอร์ท
กฎคือทุกรีสอร์ทต้องดูแลสิ่งแวดล้อม ห้ามตัดต้นไม้ใหญ่
ระบบกำจัดขยะและน้ำเสียต้องได้มาตรฐาน
ทุกรีสอร์ทจะมีเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้าและผลิตน้ำประปาจากน้ำทะเลใช้เอง
ส่วนโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตจะใช้ระบบผ่านดาวเทียม
หลายรีสอร์ทยังทุ่มทุนสร้างเขื่อนกันคลื่นไว้นอกชายฝั่ง
กฎหมายด้านการท่องเที่ยวก็เข้มงวด การโดยสารเรือหรือเครื่องบินทะเล
(Seaplane) ที่ต้องใช้เวลาเดินทางไปยังที่พักซึ่งอยู่ไกลเกิน 2 ชั่วโมง
ถ้าค่ำมืดดึกดื่นเกิน 4 ทุ่ม
นักท่องเที่ยวจะต้องนอนพักในโรงแรมที่เมืองมาเล ก่อน 1 คืน
รุ่งสางถึงเดินทางต่อไปได้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก

คู่รักโรแมนติก
เรา
ทะยานออกจากสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเย็น ใช้เวลาบินลัดฟ้าราว 4 ชั่วโมง
ก็มาถึงดินแดนพันเกาะในตอนค่ำ จากนั้นนั่งเรือสปีดโบ้ทต่อไปอีก 20
นาทีก็ถึง คลับเมด คานิ (Club Med Kani) ที่พักของเราในทริปนี้
แม้จะเป็นเกาะห่างไกลฝั่ง แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกอย่าง
นักท่องเที่ยวจึงไม่รู้สึกอ้างว้างเหมือนถูกปล่อยเกาะ
ผู้ชื่นชอบการท้าทายสายลมแสงแดดก็มีกิจกรรมกลางแจ้งให้เลือก อาทิ เรือใบ,
วินด์เซิร์ฟ, คยัค, ว่ายน้ำ, กีฬาชายหาด, ดำน้ำตื้น, ดำน้ำลึก
ส่วนคนขี้เบื่อแต่ไม่อยากออกแรง ก็แค่ย้ายก้นไปนั่งจุ้มปุ๊กที่บาร์ริมหาด
จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ที่บริการฟรี
พร้อมนั่งมองดูฉลามน้อยล่าเหยื่อก็เพลินไปอีกแบบ
หรือจะไปนอนนวดในสปาก็เป็นการฆ่าเวลาที่ไม่เลว
แต่หากใครอยากเหินฟ้าขึ้นดูมัลดีฟส์ในมุมสูง
ติดต่อซื้อทัวร์บินไปกับซีเพลนได้จากที่พัก
นักบินจะพาคุณร่อนเหนือหมู่เกาะน้อยใหญ่ราว 20 นาที
ก่อนจะพากลับมาส่งในจุดเดิมอย่างปลอดภัย
แต่ต้องแลกกับเงินในกระเป๋าที่หายไปเกือบครึ่งหมื่น!!!

สีสันบาร์ริมหาดยามค่ำ
มีโอกาสมาเยือนมัลดีฟส์ทั้งที
ไม่ควรนอนเอกเขนกตีพุงอยู่แต่ในรีสอร์ทหรู
ลองแวะไปดูวิถีชีวิตของชาวพื้นเมืองมาเลดูบ้าง
จะได้อะไรใส่สมองมากกว่าที่คิด และคุ้มกับค่าเงินที่เสียไป
แค่นั่งเรือเร็วไป-กลับไม่เกินชั่วโมง และเปิดใจให้กว้างๆ
ก็จะได้สัมผัสความจริงอีกด้านที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่เคยรับรู้
เมืองมาเลไม่ใหญ่โตโอ่อ่าแต่น่ารัก เดินเรื่อยๆ ไปตามถนนแคบๆ สัก 45 นาที
ก็วนได้รอบเกาะแล้ว ชาวเมืองมีอัธยาศัยไมตรีและรอยยิ้มให้นักท่องเที่ยวเสมอ
ตลาดปลาเป็นจุดแรกที่ควรไปดู
ที่นี่สะท้อนวัฒนธรรมการกินอยู่ของคนมัลดีฟส์ขนานแท้ดั้งเดิมได้ดีที่สุด
เห็นปลาทูน่าสดๆ ตัวโตๆ เนื้อแน่นๆ แล้วน้ำลายไหล
คิดถึงรสชาติซาซิมิขึ้นมาจับใจ ใกล้กันในย่านท่าจอดเรือประมง
ที่นี่จะได้ชมวิถีชีวิตชาวเกาะห่างไกล แวะเวียนมาซื้อข้าวของเครื่องใช้กลับ
บ้านกันอย่างคึกคัก เห็นแล้วแอบอิจฉาชีวิตพอเพียงที่มีอิสรเสรี
ได้พายเรือไม้ลำเล็กคู่กายท่องไปในทะเลกว้างตามหัวใจเรียกร้อง

ลูกค้าเลือกซื้อทูน่าในตลาดปลา
มามัลดีฟส์อย่าฝันถึงการช็อปปิ้ง
เพราะเหลือบตาแลสินค้าส่วนใหญ่ล้วนประทับตรา เมดอินไชน่า, เวียดนาม
และไทยแลนด์ ของที่ระลึกก็ขนข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเจเจ (จตุจักร)
และย่านประตูน้ำบ้านเรา บางชิ้นยังไม่แกะป้ายราคาเก่าออกเลย ฉะนั้น
สิ่งที่ควรนำกลับไปมากที่สุดคือประสบการณ์ในการเดินทาง
ความทรงจำและภาพถ่ายสวยๆ

รอยยิ้มพิมพ์ใจจากสาวมาเล
หาย
สงสัยแล้วว่าทำไมมัลดีฟส์ ถึงเป็นเกาะสวรรค์ในฝันของนักเดินทาง
เพราะความที่อยู่โดดเดี่ยวกลางมหาสมุทร
มีหาดทรายขาวละเอียดทอดตัวยาวเหยียดให้เดินเล่นนุ่มเท้า
เกลียวคลื่นสาดซัดฟองขาวกระจายเข้าหาฝั่ง
เมฆขาวลอยเด่นบนท้องฟ้าตัดกับสีน้ำเงินเข้มของน้ำทะเลใสแจ๋ว
มองเห็นฝูงปลาสีลูกกวาดแหวกว่ายหยอกล้อไปมาตามแนวปะการัง
ยิ่งยามเย็นหลายคู่เดินจู๋จี๋บนหาดงามในยามตะวันลับฟ้าแล้วตาร้อนผ่าว คิด
ถึงคำพูดของใครบางคนที่ว่า "อาทิตย์ตกดินที่ไหนก็เหมือนกัน
แต่จะสวยและโรแมนติกหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ว่าไปดูกับใคร" อืม... ท่าจะจริงแฮะ

มาเลเมืองหลวงมัลดีฟส์
ยังไม่รู้ว่าอีก 50 ปีข้างหน้า
ดินแดนเกาะสวาทหาดสวรรค์แห่งนี้จะจมหายใต้ผืนน้ำสีคราม
กลายเป็นตำนานให้เล่าขานเหมือนทวีปแอตแลนติส ตามคำบอกเล่าหรือไม่
พราะหากโลกยังร้อนขึ้นเรื่อยๆ
คนที่นี่ก็คงไม่ใช่ผู้กุมชะตากรรมตัวเองไว้เพียงฝ่ายเดียว
แต่มันตกอยู่ในกำมือของมนุษยชาติ
ที่จะมีส่วนช่วยกันประคับประคองให้แผ่นดินมัลดีฟส์
ได้มีโอกาสปรากฏบนแผนที่โลกต่อไปหรือไม่ต่างหาก
อยากรู้เรื่องราวของมัลดีฟส์เพิ่มเติม ลองคลิกไปที่ http://www.paimaldives.com/ หรือโทร.0-2935-5700 จะได้รับความกระจ่างมากขึ้น
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

น้ำตาท่วมฮอลล์ "กฤษ V7" อำลาเวทีนักล่าฝันเป็นคนแรกของซีซั่น AF6 (ดาราเดลี่)
เริ่ม
แล้วสำหรับคอนเสิร์ตครั้งแรกของนักล่าฝันทั้ง 12 คน ของ AF6
หลังจบการแสดงคอนเสิร์ตของนักล่าฝันทั้ง 12 คน
ก็ถึงช่วงเวลาแห่งนาทีระทึกใจกับการประกาศผลโหวตจากผู้ชม อย่างที่
ทราบกันไปแล้วว่ากติกาในปีนี้มีเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
ตรงที่คอมเม้นเตเตอร์จะมีบทบาทในการช่วยให้นักล่าฝันที่มีผลงานโชว์โดด
เด่นอยู่รอดต่อไปในสัปดาห์หน้า
ฉะนั้นในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของรายการ ผู้ชมจะพลาดไม่ได้เลยเด็ดขาด โดยเริ่มแรก "อาต้อย-เศรษฐา" ก็ได้ทำการประกาศรายชื่อ 3 นักล่าฝันที่มีคะแนนโหวตน้อยที่สุด ได้แก่ "กฤษ V7, นุกนิก V9, แท็บบี้ V11"
และเมื่อรวบรวมความเห็นจากคอมเม้นเตเตอร์แล้ว
สรุปได้ว่าคนที่คู่ควรกับตุ๊กตาภูมิคุ้มกันก็คือ
สาวแท็บบี้ที่สลัดคราบนักร้องสาวแจ๊ซมาเป็นศิลปินร็อคได้อย่างไม่มีที่ติ
ต่อมาก็เป็นการประกาศผลโหวตนักล่าฝันที่มีคะแนนน้อยที่สุด ซึ่งถ้าหากเป็นแท็บบี้นั่นหมายความว่าสัปดาห์นี้จะไม่มีคนออก แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่หลายคนคาดหวัง เพราะในที่สุดผู้โชคร้ายที่ต้องลากกระเป๋ากลับบ้านไปเป็นคนแรกก็คือหนุ่มกฤษ
ทันทีที่ประกาศผลก็ทำเอาผู้ชมในฮอลล์รวมถึงเพื่อนนักล่าฝันเสียน้ำตากันเป็นแถว เนื่อง
จากกฤษเป็นหนุ่มอารมณ์ดี เป็นที่รักของทุกคน
และสามารถเอาชนะเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา
ให้กลายเป็นเสียงชื่นชมในนิสัยและพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงของเขาได้สำเร็จ ...น่าเสียดายเหลือเกิน ที่เส้นทางการล่าฝันของเขาจะจบลงแค่เพียงในสัปดาห์แรก แต่เวลาแค่นี้ก็พิสูจน์ได้แล้ว "กฤษ" คู่ควรกับการได้เป็นนักล่าฝัน True AF6 จริงๆ
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก![]()

สื่อปูดเตรียมฝังร่างแจ็คสันแบบไร้สมอง (คมชัดลึก)
หนังสือ
พิมพ์ซันเดย์ มิร์เรอร์ อังกฤษ ปูดครอบครัวเดินหน้าฝังร่าง "ไมเคิล
แจ็คสัน" แบบไร้สมองในกะโหลก เหตุนิติเวชยึดไว้เพื่อตรวจสอบการใช้ยา
ระบุต้องใช้เวลานานถึง 3 สัปดาห์ถึงจะรู้ผล
ก่อนที่พิธีศพอำลาราชาเพลงป๊อป ไมเคิล แจ็คสัน จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่
ที่สนามกีฬา สเตเปิลส์ เซ็นเตอร์ ในลอสแองเจลิสในวันอังคารนี้
หนังสือพิมพ์ซันเดย์ มิร์เรอร์ รายงานว่า
ครอบครัวตัดสินใจจะฝังร่างของไมเคิลโดยที่ไม่มีสมอง
อวัยวะส่วนสำคัญที่สุดของร่างกายไปด้วย
เนื่องจากสำนักงานนิติเวชวิทยาของลอสแองเจลิสยึดสมองของนักร้องดังเอาไว้
เพื่อตรวจสอบประสาทวิทยา
ซึ่งรวมถึงการตรวจหาชนิดยาที่ราชาเพลงป๊อปกินเข้าไป
สำนักงานนิติเวชวิทยาของลอสแองเจลิสได้แจ้งให้ทางครอบครัวแจ็คสันเลือก
ระหว่างรอผลการตรวจสอบประมาณ 3 สัปดาห์
หรือจะเลือกฝังศพตอนนี้โดยไม่มีสมอง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แยกเก็บชิ้นส่วนสมองไว้ก่อนจะส่งร่างคืนให้ครอบครัวแจ็ค
สันเพียงไม่นานหลังเสร็จสิ้นการชันสูตรก่อนหน้านี้
หนังสือ
พิมพ์รายงานอ้างแหล่งข่าวในสำนักงานนิติเวชวิทยาระบุว่า
แทนที่ครอบครับแจ็คสันจะระงับหรือเลื่อนพิธีศพออกไป
ครอบครัวของไมเคิลตัดสินใจฝังร่างราชาเพลงป๊อปทั้งๆ ที่ไม่มีสมอง
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชันสูตรบอกว่า
การตรวจสอบสมองจะต้องทำหลังการเสียชีวิตอย่างน้อย 2
สัปดาห์เพื่อให้สมองแข็งตัวเต็มที่เพียงพอ
โดยหวังตรวจหาร่องรอยการใช้ยาเสพติดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์
หรือการใช้ยารักษาเกินขนาดในอดีต
ซึ่งขณะนี้มีข่าวว่าเขาใช้ยาแก้ปวดเดเมอรอล และออกซีคอนติน
รวมทั้งใช้ยาสลบดิพริแวนสำหรับใช้ในโรงพยาบาล เพื่อช่วยในการนอนหลับ
นายแพทย์ที่เป็นอดีตเจ้าหน้าที่นิติเวช บอกว่า ตลอด 47 ปีของการทำงาน
มีครอบครัวของผู้เสียชีวิตเพียง 1% ที่ต้องการสมองคืนเพื่อนำกลับไปฝัง
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก![]()
ระวัง! แก๊งแฮ็กบัตรเอทีเอ็ม ฉกเงินโดยไม่รู้ตัว

ฉกข้อมูลATMรูดเงิน พ.ต.สูญกว่า3หมื่น (คมชัดลึก)
แก๊งแฮกบัตรเอทีเอ็มอาละวาด ฉกข้อมูลบัตรเอทีเอ็ม ของ "พ.ต.ทรงพล"
กดเงินสูญกว่า 3 หมื่นบาท
เผยกดเงินครั้งสุดท้ายจากตู้เอทีเอ็มแบงก์กรุงไทย เมื่อปลายเดือนมิถุนายน
เช็คอีกรอบพบเงินหายกว่า 3 หมื่น
ตรวจสอบพบเงินถูกกดออกจากแบงก์ต่างจังหวัดเวลาไล่เลี่ยกัน 2 ครั้ง
เชื่อมิจฉาชีพในสกิมเมอร์ดูดข้อมูลจากตู้เอทีเอ็มรุ่นเก่า
วอนแบงก์เจ้าของตู้หาระบบป้องกัน เตรียมเข้าแจ้งความวันนี้
(3 กรฏาคม) พ.ต.ทรงพล เอี่ยมบุญฤทธิ์ กรรมการบริหารบริษัทผลิตเครื่องเกราะกันกระสุน เปิดเผย "คม ชัด ลึก"ว่า ถูก
มิจฉาชีพฉกข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็ม ดูดเงินไปจากบัญชีสูญ 30,300 บาท
โดยเมื่อเวลา 14.40 น. - 14.41 น. วันที่ 2 กรกฎาคม
ถูกแก๊งมิจฉาชีพขโมยข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็ม กดเอาเงินในบัญชี 2 ครั้ง
เป็นเงิน 30,300 บาท
โดยกดเงินจากตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทยในพื้นที่ต่างจังหวัด
ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากข้อมูลจากตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย
สาขาโรงพยาบาลพญาไท 2 รั่วไหล
เนื่องจากขาดระบบป้องกันการดูดข้อมูลจากเครื่องสกิมเมอร์
พ.ต.ทรงพล กล่าวว่า ตนใช้บริการตู้เอทีเอ็มครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 30
มิถุนายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.00 น.
โดยใช้ตู้เอทีเอ็มที่ติดตั้งอยู่โรงพยาบาลพญาไท 2
ซึ่งตนใช้บัตรเอทีเอ็มของธนาคารกรุงศรีอยุธยาไปกดเงินจากตู้ของธนาคารกรุง
ไทย เนื่องจากวันเวลาดังกล่าว
มีประชาชนเข้าคิวรอกดเงินจากตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำนวนมาก ตน
เห็นว่าตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กันไม่มีคนใช้บริการ
ด้วยความคิดว่าสะดวกกว่าเสียค่าธรรมเนียมไม่กี่บาท
จึงตัดสินใจไปใช้บริการตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย กดเงินออกมา 10,000
บาท
พ.ต.ทรงพล กล่าวอีกว่า
วันนี้จะไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มอีก ปรากฏว่า
ไม่สามารถกดเงินได้เนื่องจากยอดเงินในบัญชีไม่เพียงพอ
ทั้งที่เงินในบัญชีคงเหลือ 3 หมื่นกว่าบาท
ตนจึงสอบถามไปยังธนาคารต้นสังกัด ทางธนาคารกลับแจ้งว่า
มีรายการเบิกเงินทางบัตรเอทีเอ็มที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงศรี
ในพื้นที่ต่างจังหวัดไปแล้วจำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเวลา 14.40 น.
จำนวนเงิน 2 หมื่นบาท และครั้งที่สองเวลาไล่เลี่ยกันก็ถูกกดเงินไป 10,300
บาท รวมเป็นเงิน 30,300 บาท
"ผมแน่ใจว่า
ผมถูกแก๊งมิจฉาชีพขโมยข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็ม
แล้วลักลอบไปกดเงินของผมจากตู้เอทีเอ็มสาขาอื่น
ที่อยู่นอกเหนือจากพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างแน่นอน
เพราะผมเพิ่งใช้บริการตู้เอทีเอ็มต่างสาขาต่างธนาคารที่เปิดบัญชีไว้
ซึ่งก็คือตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย เป็นตู้เอทีเอ็มธนาคารของรัฐ
ที่ไม่ทันสมัย ไม่มีการปรับปรุงป้องกันการโจรกรรมข้อมูลที่แน่นหนา
เพราะผมเพิ่งใช้เอทีเอ็มดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา
ก่อนจะมาถูกขโมยกดเงินในวันนี้" พ.ต.ทรงพล กล่าว
พ.ต.ทรงพล กล่าวด้วยว่า ต้อง
การให้ธนาคารของภาครัฐ แก้ไขปรับปรุงระบบป้องกันภัยจากแก๊งมิจฉาชีพ
ที่สามารถขโมยข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็มของลูกค้า ควรจะปรับปรุงให้ทันสมัย
และมีระบบป้องกันการดูดข้อมูลจากเครื่องสกิมเมอร์ให้รอบคอบกว่านี้
และจุดที่น่าสังเกตกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวเลือกจะดูดข้อมูลจากตู้เอทีเอ็มของ
ธนาคารที่เป็นของรัฐบาล และเลือกใช้ตู้ที่ตั้งอยู่เรียงกันตั้งแต่ 3
ตู้ขึ้นไป
ขณะเดียวกันก็จะเลือกฉกข้อมูลช่วงเวลาเร่งด่วนของมนุษย์เงินเดือนกับเหล่า
บรรดานักธุรกิจในช่วงเวลาสิ้นเดือน ซึ่งจะมีเงินสะพัด
พ.ต.ทรงพล กล่าวย้ำว่า
ถึงแม้เงินที่ตนถูกแก๊งมิจฉาชีพโจรกรรมไปในครั้งนี้จะไม่ใช่จำนวนมากมาย
แต่เชื่อว่ายังมีเหยื่ออีกมากมายที่ตกชะตากรรมเดียวกันกับตน
แต่ที่ออกมาเปิดเผยครั้งนี้
เพื่อให้ธนาคารของรัฐบาลแก้ไขระบบป้องกันความปลอดภัยเกี่ยวกับข้อมูลทางบัตร
เอทีเอ็ม ด้วยการติดตั้งตู้เอทีเอ็มใหม่ๆทันสมัย
มีระบบป้องกันความปลอดภัยสูง
เพราะที่ผ่านมาตู้เอทีเอ็มธนาคารของรัฐบาลส่วนใหญ่จะเป็นเป้าหมายของการถูก
ดูดข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ก่อนสร้างความเสียหายหลายล้านบาท
ซึ่งในวันพรุ่งนี้(3 ก.ค.)จะไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.บางเขน
ซึ่งเป็นธนาคารในพื้นที่ ที่ไปเปิดบัญชีธนาคารไว้
| << | กุมภาพันธ์ 2010 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | ||||||
- วิธีรักอย่างผู้หญิงฉลาด
- พักกายพักใจไปสัมผัส มนต์เสน่ห์แห่ง มัลดีฟส์
- กฤษ V7 อำลาเวทีนักล่าฝัน เป็นคนแรกของซีซั่น AF6
- สื่อปูดเตรียมฝังร่างแจ็คสันแบบไร้สมอง
- ระวัง! แก๊งแฮ็กบัตรเอทีเอ็ม ฉกเงินโดยไม่รู้ตัว
- อย.เตือน อย่าเชื่อขายยาต้านไวรัส หวัด 2009
- หวั่นภาพพจน์เกาะช้างเสื่อม เร่งสกัดยาเสพติด
- Ice age 3
- รักสุกงอม! ต๊อด อาทิตย์หน้าเล็งขอ นุ่น หาฤกษ์แต่ง
- อั้ม-พิงค์กี้ รับแยกกัน เป็นทางออกที่ดีที่สุด
- Partners
- MBA
- MBA Thailand
- ปริญญาโท
- บ้านมือสอง
- หาเพื่อน
- พริตตี้
- โมเดลลิ่ง
- อลูมิเนียม
- อลูมิเนียมคอมโพสิต
- อลูมิเนียมคอมโพสิท
- แคลดดิ้ง
- Aluminium Composite
- ขนย้ายเครื่องจักร
- SEO
- เว็บสำเร็จรูป
- Hosting
- ทัวร์ยุโรป
- ทัวร์ต่างประเทศ
- ทัวร์ฮ่องกง
- ทัวร์ราคาถูก
- รับทำ SEO
- Finger Scan
- เครื่องสแกนลายนิ้วมือ
- เครื่องอ่านลายนิ้วมือ
- สแกนลายนิ้วมือ
- ลายนิ้วมือ
- รถบ้าน
- รถบ้านเจ้าของขายเอง
- รถบ้านมือสอง
- ตุ๊กตาบลายธ์
- แรนเถื่อน
- แรนเถื่อน


